การวางแผนก่อนเกษียณ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของกิจการ

อาชีพเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการอาชีพอิสระ เป็นอาชีพที่ต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจะต้องบริหารการเงินของตัวเองแล้วยังต้องบริหารเงินของธุรกิจ หรือต้นทุนในการดำเนินกิจการอีกด้วย …

อาชีพเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการอาชีพอิสระ
เป็นอาชีพที่ต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากเป็นพิเศษ
เพราะนอกจะต้องบริหารการเงินของตัวเองแล้วยังต้องบริหารเงินของธุรกิจ
หรือต้นทุนในการดำเนินกิจการอีกด้วย

ความท้าทายในการบริหารเงินของคนกลุ่มนี้คือ
ทำอย่างไรให้การเงินธุรกิจไม่สะดุด และ แผนการเงินของเจ้าของก็ลื่นไหล
มีเงินใช้ยามเกษียณโดยไม่กระทบเงินของธุรกิจ
การวางแผนการเงินเพื่อตอบโจทย์เงินเกษียณสำหรับผู้ประกอบการจึงมีเทคนิคดังนี้


1. แยกบัญชีธุรกิจออกจากกระเป๋าเงินส่วนตัว

เจ้าของธุรกิจที่เริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ เมื่อค้าขายได้ ก็มักจะนำรายได้-รายจ่ายของกิจการทั้งหมดมาปะปนกับเงินส่วนตัว หรือเรียกง่ายๆ ว่าใช้เงินกระเป๋าใบเดียวกัน ซึ่งทำให้ไม่รู้สถานะการเงินของตัวเองและบริษัทอย่างแท้จริง ปัญหานี้สามารถจัดการได้โดยง่ายเพียงแบ่งเงินรายรับ-จ่ายออกจากกัน จัดทำบัญชีหมุนเวียนของกิจการแยกออกมาสำหรับรายการต่างๆ เช่น ค่าจ้างพนักงาน  ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น จัดทำงบกำไรขาดทุนของกิจการเพื่อแยกแยะผลการดำเนินงานของธุรกิจออกจากเงินรับจ่ายส่วนตัว และ จัดทำบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว สำหรับการใช้จ่ายภายในบ้าน การกินอยู่ และการออมเงินของตัวเองเป็นต้น


2.มีแผนสำรองของตัวเองและธุรกิจ

สำหรับอาชีพผู้ประกอบการแล้วไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ อีกหนึ่งความท้าทายคือสภาพเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินส่วนตัวและธุรกิจ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงเป็นแผนสำรองให้กับตัวเองและธุรกิจ เนื่องจากการเงินของธุรกิจและการเงินเจ้าของกิจการเองมักมีความเชื่อมโยงกันสูง เรียกได้ว่า ธุรกิจกระทบ เจ้าของก็กระเทือน จึงแนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับธุรกิจและส่วนตัวอย่างน้อย 6 ถึง 12 เท่าของรายจ่าย โดยแบ่งเงินสำรองส่วนตัวออกจากเงินสำรองของธุรกิจ


3.ตัดเงินออมส่วนตัวทันที

การออมเงินที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการออมเงินที่ผู้ออมไม่เห็นเงินออมนั้นตั้งแต่ต้น โดยผู้ประกอบการเองสามารถทำได้โดยการเริ่มต้นวางแผนเกษียณ กำหนดรูปแบบชีวิตที่ต้องการ และลงมือปฏิบัติผ่านสินค้าการเงินที่ตนเข้าใจและสอดคล้องกับเป้าหมายความเสี่ยงที่รับได้ การตัดออมทันทีช่วยให้แผนเกษียณมีความมั่นคง  แต่ทั้งนี้ผู้ออมควรประเมินกำลังความสามารถของตนเองให้ดี ว่าสามารถออมได้เดือนละเท่าไร โดยที่ไม่กระทบการเงินในภาพรวม และหากธุรกิจมีกำไรดี ค่อยแบ่งสัดส่วนตัดออมเพิ่มเป็นระยะๆ


4.เตรียมทางออกให้กับตัวเองและธุรกิจ

แม้ธุรกิจอาจจะอยู่ยืนยาวได้นานกว่า 50 ปี 100 ปี แต่ช่วงอายุวัยทำงานของคนเรานั้นไม่ยืนยาวขนาดนั้น เจ้าของธุรกิจจึงควรเตรียมทางออกให้กับตัวเองและธุรกิจ โดยมีทางเลือกหลากหลายเช่น การฝึกทายาทเข้ามาสานต่อกิจการ การหาหุ้นส่วนเข้ามาช่วยบริหารงานบางส่วน หรือ การขายกิจการออกทั้งหมด ซึ่งมูลค่าที่ได้จากการส่งต่อหรือขายกิจการสุดท้ายแล้วก็จะเป็นเงินมรดกหรือเงินใช้ยามบั้นปลายชีวิตของเจ้าของกิจการอีกด้วย  


ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ สิ่งที่สำคัญคือ การประมาณการกระแสเงินสดของผู้ประกอบการซึ่งสามารถทำได้ผ่านการแยกบัญชีรับจ่าย เตรียมแผนเงินสำรองฉุกเฉินให้มากพอรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและเรื่องที่ไม่คาดคิด สุดท้ายมีการทบทวน ติดตามแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ

11 Shares:
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *