6 ข้อคิดจาก WARREN BUFFETT

เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จากนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่

Warren Buffett ชื่อนี้คงหาคนที่ไม่รู้จักได้ยาก เขาเป็นชายที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในโลกของการลงทุน ปัจจุบัน คุณปู่มีอายุ 89 ปีแล้ว เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา และเพิ่งฉลองครบรอบวันแต่งงานปีที่ 13 กับภรรยาคนที่ 2 คุณ Astrid Menks ผู้ที่เป็นเพื่อนซี้กับคุณ Susan Buffett ภรรยาคนแรกผู้ล่วงลับไปแล้วของคุณปู่ ปัจจุบัน คุณปู่ยังมีสุขภาพแข็งแรง รวมไปถึงสุขภาพจิตที่แจ่มใส

ล่าสุดจากสารคดีเกี่ยวกับ Bill Gates คุณปู่ก็มีส่วนร่วมในสารคดีบ้าง เป็นการกินอาหารในร้านโปรดและเมนูโปรด นั่นคือแฮมเบอเกอร์และโค้ก โดยคุณปู่ยังเหยาะเกลือลงในแฮมเบอเกอร์อย่างหนักหน่วงเช่นเคย ก็น่าทึ่งเหมือนกันสำหรับคนที่กินเค็มขนาดนี้แต่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงดีอยู่ แสดงว่าสุขภาพจิตมีผลต่อสุขภาพกายมากพอสมควรเลย

สิ่งที่คุณปู่วอร์เรนอยากฝากไว้ให้กับชาวโลกมีมากมาย อย่างเช่นการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิเมลินดาเกตส์ สำหรับช่วยเหลือชาวโลก และยังรวมไปถึงข้อคิดในการลงทุนและการใช้ชีวิตต่างๆ ซึ่งทาง CNBC ได้รวบรวมเอาไว้ให้ ผมขอสรุปพร้อมทั้งให้ข้อมูลเสริมมาให้เพื่อนๆ นักลงทุนได้อ่านกันครับ

1.แต่งงานกับคนที่ใช่

เคยมีคนถามคุณปู่ว่า อะไรคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่เคยทำมา คุณปู่ได้ตอบว่า “คนที่คุณเลือกที่จะแต่งงานด้วย คงคงอยากจะคบค้าสมาคมกับคนที่คุณชอบและอยากจะเป็น แต่คนที่สำคัญที่สุดคือคู่ของคุณ ผมไม่สามารถจะเน้นย้ำไปมากกว่านี้เลยว่ามันสำคัญขนาดไหน” และคุณปู่ก็ยังได้แนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า การแต่งงานกับคนที่ใช่ มันจะทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมหาศาลในชีวิตของเรา มันจะทำให้เราเปลี่ยนปณิธานในการใช้ชีวิตของเราเลยแหละ


2.ลงทุนในตัวเอง

คุณปู่เคยบอกไว้ว่า “การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในตัวเราเอง” หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบว่า คนที่อารมณ์ดี มีมุกให้ขบขันได้ตลาดอย่างคุณปู่ ในช่วงแรกๆ ของชีวิตการทำงาน คุณปู่เคยมีปัญหาในการพูดในที่สาธารณะ ไม่มั่นใจและมีความประหม่า คุณปู่ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นปัญหาระยะยาวด้วยการเข้าเรียนในหลักสูตรทางด้านพัฒนาบุคลิกภาพ คุณปู่ก็สามารถเอาชนะข้อจำกัดของตัวเองไปได้ และสามารถพูดในที่สาธารณะได้อย่างสบาย ซึ่งความสามารถในด้านการพูดในที่สาธารณะถือว่ามีความสำคัญสูง และสามารถเพิ่มมูลค่าในตัวเราเองได้อย่างมากมาย เราคงนึกออกว่าเวลาที่เรามีไอเดียดีๆ แต่ไม่สามารถนำเสนอออกมาให้น่าสนใจได้ ไอเดียนั้นก็อาจจะจางหายไป และบริษัทก็ไม่ได้ให้มูลค่ากับตัวเรามากนัก

นอกจากเรื่องความสามารถแล้ว เราก็ต้องเน้นไปที่ร่างกายและจิตใจของเราด้วย โดยเฉพาะเมื่อเรายังหนุ่มยังสาว คุณปู่ได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจโดยให้ข้อคิดว่า

“ถ้าผมให้รถคุณ 1 คัน และรถคันนี้จะเป็นรถคันเดียวที่คุณจะต้องใช้ไปตลอดชีวิตของคุณ คุณจะต้องดูแลมันอย่างดีแบบไม่น่าเชื่อ ถ้าเกิดรอยขีดข่วนขึ้นมา คุณก็จะต้องรีบซ่อมมัน คุณจะอ่านคู่มือการใช้รถเป็นอย่างดี เวลาจะจอดรถ ก็ต้องจอดในโรงรถ เช่นกัน คุณมีจิตใจเพียงดวงเดียว และร่างกายเพียงดวงเดียวในชีวิตและโลกนี้ ดังนั้น คุณไม่ควรที่จะเริ่มดูแลมันตอนที่คุณอายุ 50 ปี เพราะถึงตอนนั้น ร่างกายและจิตใจของคุณก็เต็มไปด้วยสนิมแล้วแหละ”


3.คบค้าสมาคมกับคนที่เก่งกว่าคุณ

คนที่คุณคบค้าสมาคมด้วยมีความสำคัญสูงมาก สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะทำได้ในชีวิต คือการแวดล้อมตัวเองไปด้วยคนที่ดีและเก่งกว่าคุณ ถ้าคุณทำได้ คุณก็จะเป็นแบบเขานั่นคือเก่งขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าคุณแวดล้อมไปด้วยคนที่แย่กว่าคุณ มารยาทไม่ดี ไม่ช้าก็เร็วคุณก็จะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เสียด้วย


4.ทำงานกับคนที่คุณให้ความเคารพนับถือ

คุณปู่ได้แนะนำว่า เราควรจะทำงานกับคนที่คุณชื่นชมนับถือ มันไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นงานที่คุณจะทำใน 10 ปีให้หลัง คุณมีโอกาสมากกว่านั้นเยอะ ถ้ามีโอกาสก็ให้รีบคว้าไว้เลย ในประวัติของคุณปู่ ตอนที่คุณปู่เรียนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียใหม่ๆ คุณปู่ได้รีบส่งจดหมายไปสมัครงานกับอาจารย์ที่เขานับถือ นั่นคือ อจ.เบนจามิน เกรแฮม บิดาในด้านการลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือ Value Investing โดยเสนอที่จะทำงานให้ฟรีๆ แบบไม่รับเงินเดือนด้วย ในตอนแรกคุณปู่โดนปฏิเสธไป แต่ก็มาได้รับโอกาสในเวลาต่อมา
ในเรื่องเงิน คุณปู่ได้แนะนำว่า ถึงแม้เงินจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราก็ไม่ควรที่จะทำงานโดยคำนึงถึงแต่เรื่องเงิน การได้ทำงานกับคนเก่งๆ และเราให้ความชื่นชมนับถือ มันมีความสำคัญมากกว่าเรื่องเงินเยอะ


5.อย่าไปสนใจกับเสียงรบกวน

ในโลกของการลงทุน อารมณ์จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการลงทุนของเรามากมาย มันเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ที่จะมาคอยนั่งเช็คราคาหุ้น หรือนั่งฟังข่าวตลอดทั้งวัน ไม่มีใครรู้หรอกว่าตลาดจะไปทางไหน กลยุทธ์ที่ดีที่สุด แม้ในยามที่ตลาดหุ้นกำลังปรับตัวลดลงอย่างหนักคือ ให้สงบอย่าแตกตื่นและยึดมั่นในหลักการลงทุนของเรา อย่ามองตลาดใกล้เกินไป ถ้าพวกนักลงทุนเอาแต่พยายามที่จะซื้อๆ ขายๆ หุ้นและกังวลเวลาที่หุ้นตกเล็กน้อย และคิดว่าถ้าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็จะขายทิ้งแล้ว พวกเขาก็คงจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากตลาดหุ้นที่ดีนัก


6.ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่เงิน

คุณปู่ถูกจัดอันดับให้เป็นคนที่รวยที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกมาแล้วหลายปีติดต่อกัน แต่ตัวเขาก็ไม่ได้ใช้ความมั่งคั่งเป็นตัววัดความสำเร็จ สำหรับเขาแล้ว ความรักจากคนรอบตัวเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า คุณปู่ได้บอกว่า “สิ่งที่น่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับความรักคือ คุณไม่สามารถทิ้งมันไปได้ ถ้าคุณพยายามที่จะให้ความรักกับใครไปคุณจะได้รับกลับมา 2 เท่า แต่ถ้าถ้าคุณไม่ให้ความรักกับใคร มันจะหายไปเลย มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ในยามที่คนพยายามจะส่งต่อความรักไปให้กับคนอื่น ตัวคนนั้นจะได้รับความรักกลับคืนมา 10 เท่า” สรุปง่ายๆ เลยคือ คุณปู่อยากจะแนะนำให้เราทำดีกับผู้อื่น แล้วผู้อื่นก็จะดีกับคุณ เผลอๆ ดีมากกว่าที่คุณดีกับเขาเสียอีก

ก็เรียกได้ว่าคมทุกหัวข้อ จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไรเลย หลักๆ แล้วอยู่ที่วินัยและการมองโลกในแง่ดีที่ทำให้คุณปู่วอร์เรนประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ คุณปู่ถือเป็นนักลงทุนที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างทั้งในแง่ของการลงทุนและการใช้ชีวิต ในแง่ของการลงทุน จากที่เคยเป็นนักลงทุนที่เน้นแต่หุ้นถูกไว้ก่อนก็กลายมาเป็นนักลงทุนที่เน้นในหุ้นคุณภาพสูงและเติบโตได้ จากที่ไม่เคยลงทุนในหุ้น Technology ปัจจุบันก็มีการลงทุนในหุ้น Apple และ Amazon แล้ว ทางด้านการใช้ชีวิต คุณปู่เป็นคนที่ไม่ได้ยึดติดกับอะไรมาก ถึงจุดหนึ่งก็ส่งต่อความมั่งคั่งที่สร้างมาตลอดชีวิตไปให้กับมูลนิธิของเพื่อนซี้อย่าง Bill Gates เพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

Warren Buffett เป็นคนที่ “รวย” อย่างแท้จริง เพราะมีพร้อมทั้งความมั่งคั่ง รอยยิ้ม และความสุขครับ

ที่มา: บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด

0 Shares:
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *