เทคนิคการเก็บเงินแบบ 6 JARS

เพราะ”เงินได้”ไม่สำคัญเท่า”เงินเหลือ” ในแต่ละเดือนที่เรามีรายได้เข้ามา แต่ละคนมีวิธีบริหารจัดการกันอย่างไรบ้าง บางคนอาจจะใช้วิธีจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยมาคิดว่าจะใช้อะไรต่อ!หรืออาจจะจ่ายเพลินเลย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พอปลายเดือนได้แต่เฝ้ารอเมื่อไหร่จะต้นเดือนอีกครั้ง? มีเทคนิคดีๆในกการเก็บเงินแบบ 6 JARS…

เพราะ”เงินได้”ไม่สำคัญเท่า”เงินเหลือ”

ในแต่ละเดือนที่เรามีรายได้เข้ามา
แต่ละคนมีวิธีบริหารจัดการกันอย่างไรบ้างคะ?

บางคนอาจจะใช้วิธีจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆก่อน
เหลือเท่าไหร่ค่อยมาคิดว่าจะใช้อะไรต่อ!

หรืออาจจะจ่ายเพลินเลย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน
พอปลายเดือนได้แต่เฝ้ารอเมื่อไหร่จะต้นเดือนอีกครั้ง?

อาการชักหน้าไม่ถึงหลังแบบนี้ ถ้าเป็นทุกเดือนคงไม่ดีแน่ใช่ไหมล่ะ!


จริงๆแล้วเราควรจะบริหารเงินยังไงดี?
ให้มีเงินใช้ เงินเที่ยว และมีเงินเก็บด้วย!
เป็นวิธีที่ไม่ตึงเครียดเกินไป แต่ก็สบายใจมีเงินเก็บ

ขอแนะนำ! เทคนิคการบริหารการเงินที่ง่าย
และมีประสิทธิภาพ “JARS System”

6 JARS

ถูกคิดค้นขึ้นโดย T Harv Eker นักพูดและนักคิดทางด้านการเงินการลงทุน
เจ้าของหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind เมื่อปี ค.ศ. 2007
ใจความสำคัญของทฤษฎีนี้คือการแบ่งรายได้ที่ได้รับทั้งหมดที่เราได้ต่อเดือน
ออกเป็น 6 ส่วนหรือ 6โหล(JAR)นั่นเอง!

โหลที่ 1 – โหลเพื่อความจำเป็น(Necessity Jar)

โหลนี้คือเงินที่แบ่งไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มเติมเช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันรถ และหนี้สินต่าง ๆ  โดยคิดเป็นประมาณ 45- 55% ของรายได้ทั้งหมด ไม่ควรเกินนี้และควรทำร่วมกับการวางแผนการใช้จ่าย เลือกใช้จ่ายอย่างเหมาะสมกับฐานะการเงินของเราก็เป็นวิธีที่ทำให้มีเงินเหลือพอสำหรับเหยือกใบอื่นด้วย

โหลใบที่ 2 – โหลเพื่อการพักผ่อนให้รางวัลตัวเอง (Play Jar)
 
ทำงานเหนื่อยมาทั้งเดือน การพักผ่อนและการให้รางวัลตัวเองบ้าง จะทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อ และทำให้การเก็บเงินไม่ตึงเครียดเกินไปนัก โดยเราสามารถแบ่งเงินประมาณ 10% ของรายได้ เพื่อใช้จ่ายอะไรตามใจเราที่อยากใช้ได้อย่างอิสระ เช่น ท่องเที่ยว เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ทานอาหารดีๆ ซื้อของที่อยากได้ เป็นต้น แต่ไม่ควรใช้เกินสัดส่วนที่ตั้งไว้ และไม่มากเกินไปที่จะทำให้ไม่มีเงินเก็บส่วนอื่น

โหลใบที่ 3 – โหลเพื่อการลงทุน (Financial Freedom Jar)

การลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เพื่อความมั่นคงทางการเงินในยามเกษียณจะได้สบาย จึงควรแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจนประมาณ 10-20%ของรายได้ และลงทุนอย่างมีวินัยทุกเดือน โดยการลงทุนมีอยู่หลายรูปแบบให้เลือกตามความชอบและความถนัดของแต่ละคน เช่น กองทุน, หุ้น, ประกันแบบสะสมทรัพย์, เงินฝากดอกเบี้ยสูง, สลากออมสิน หรือการซื้อสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร เป็นต้น สำหรับผู้ที่เริ่มลงทุนควรหาศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนลงทุน หรือสามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนการลงทุน

โหลใบที่ 4 – โหลเพื่อการพัฒนาตนเอง (Education Jar)

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนในตัวเอง การพัฒนาตัวเองไม่ว่าจะด้านการทำงานหรือว่าทักษะอื่นๆ อาจจะช่วยทำให้หน้าที่การงานก้าวหน้าขึ้น ทำให้รายได้มากขึ้น หรือสร้างรายได้เสริมได้   ดังนั้นลองแบ่งเงินสัก 10% ของรายได้ทั้งหมด ผันเป็นเงินเพื่อการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เช่น การสมัครเรียน ซื้อหนังสือ การอบรมสัมมนา และการหาความรู้ทางออนไลน์ เป็นต้น

โหลใบที่ 5 – โหลเพื่อการให้ (Give Jar)

การอยู่ร่วมกันเราควรรู้จักแบ่งปันเพื่อให้สังคมรอบข้างดีขึ้น และเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัว เพื่อนฝูง คนใกล้ชิด ฉะนั้นเราควรจัดสรรเงิน 5% ของรายได้เพื่อบริจาค หรือให้การช่วยเหลือองค์กรการกุศลต่าง ๆ รวมถึงการร่วมแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆของคนรอบตัว การซื้อของขวัญให้กับคนใกล้ชิดในโอกาสพิเศษ เป็นต้น นอกจากนี้หากเราเลือกบริจาคในช่องทางที่รัฐให้สิทธิพิเศษทางภาษี ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย (เงินบริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ)

โหลใบที่ 6 – โหลการออมเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ (Long-Term Saving for Spending Jar)

นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่เราทราบ เช่น เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันรถยนต์ การศึกษาบุตร เป็นต้น หรือค่าใช้จ่ายที่วางแผนหรือตั้งเป้าไว้ เช่น การแต่งงาน การซื้อบ้าน ดังนั้นควรแบ่งเงินประมาณ 10 -20% ของรายได้อย่างมีวินัย เพื่อเก็บออมไว้ใช้ตามแผนที่ได้วางไว้ หรืออาจจะนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ โดยประเมินจากความเสี่ยงที่เหมาะสมและระยะเวลาที่จะใช้เงิน เช่น ถ้ามีระยะเวลาที่จะใช้เงินนานอาจจะออมในหุ้นมากหน่อยเพื่อผลตอบแทนที่ดี แต่เมื่อใกล้เวลาที่ต้องใช้เงินก็ปรับสินทรัพย์มาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น และควรมีแผนสำรอง เช่น วางแผนประกันเพื่อให้ครอบคลุมวงเงินที่ต้องใช้ควบคู่ไปด้วย เป็นต้น หากคุณออมเงินในโหลนี้ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้จ่าย คุณจะสบายใจเพราะมีเงินใช้จ่าย โดยไม่ต้องไปหยิบยืมหรือกู้หนี้


เป็นอย่างไรบ้างกับวิธีเก็บเงินทั้ง 6 โหล
โดยแต่ละโหลนั้นจะมีระยะเวลาในการใช้ และวิธีการเก็บหรือลงทุนต่างกัน
ดังนั้นอาจจะใช้วิธีเปิดบัญชี 6 บัญชีแทน โดยแต่ละบัญชีต่อเงินลงทุนในแต่ละโหล เพื่อแบ่งสัดส่วนการใช้จ่ายให้ชัดเจน และไม่ใช้จ่ายเกินจากที่วางแผนแต่ละโหลไว้ เราก็จะสามารถวัตถุประสงค์ในแต่ละเป้าหมายได้

การลงทุนแบบ SIXJARS นี้ เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถใช้ได้กับทุกคน ไม่ว่ารายได้แต่ละเดือนคุณจะรับมาเท่าไหร่ แต่หากคุณมีการวางแผนบริหารเงินที่เป็นระบบ และมีวินัย เราเชื่อว่าความสำเร็จทางด้านการเงินจะเป็นของคุณแน่นอนค่ะ

16 Shares:
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *