5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อรถ

ใครที่กำลังจะซื้อรถ ลองเช็คดู 5สิ่งควรระวังก่อนซื้อรถ…ไปติดตามกันได้เลย!!

สำหรับประเทศไทย การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกบ้าน เนื่องจากการออกแบบของผังเมืองและระบบขนส่งสาธารณะที่ยังเข้าไม่ถึงตรอกซอกซอยได้อย่างเต็มที่ ทำให้หลาย ๆ คนอยากจะมีรถยนต์ส่วนตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่การจะซื้อรถนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ค่ารถเพียงอย่างเดียวและเหมือนหลาย ๆ คนก็จะไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่จำเป็นในการมีรถยนต์ก่อนซื้อ ดังนั้น เราจะมาสรุปให้คร่าว ๆ ว่าคุณควรที่จะรู้อะไรบ้างก่อนที่จะซื้อรถ

1. ที่จอดรถ

การที่จะมีรถยนต์ สิ่งแรกที่เราควรจะคำนึงถึงคือที่จอดรถ เราควรที่จะหาที่จอดรถในบ้าน ถ้าจะให้ดีก็ควรมีหลังคาไว้บังแดดบังฝน เพราะจะทำให้รถของคุณไม่ต้องทนกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศซึ่งจะส่งผลให้รถโทรมเร็วขึ้น นอกจากนี้ การไปจอดรถในที่สาธารณะก็อาจเป็นการเบียดเบียนคนอื่นและอาจส่งผลให้เกิดความบาดหมางกันได้ ทางที่ดีคุณควรเตรียมที่จอดรถที่เหมาะสม ถ้าหากที่บ้านไม่ได้มีที่จอดรถก็ควรจะหาที่เช่าที่จอดรถให้เป็นกิจลักษณะ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตและถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมด้วยต้อง

2. คำนวณค่าน้ำมันและค่าทางด่วน

การใช้รถเป็นประจำทุกวันย่อมจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมซึ่งก็คือค่าน้ำมัน และสำหรับบางคนก็อาจจะมีค่าทางด่วนด้วย ลองคำนวณดูง่าย ๆ ว่าระยะทางจากบ้านไปถึงที่ทำงานเป็นระยะทางเท่าไหร่ คำนวณปริมาณน้ำมันที่จะใช้ด้วยการถามเซลล์ขายรถว่ารถที่คุณจะซื้อกินน้ำมันเท่าไหร่ต่อกิโลเมตร หลังจากนั้นก็บวกเพิ่มอีกประมาณ 20% เผื่อกรณีรถติดก็จะกินน้ำมันมากกว่าปกติ ถ้าหากมีค่าทางด่วนและการใช้งานในวันหยุดก็อย่าลืมนำมาคำนวณด้วย

ยกตัวอย่างการคำนวณ ดังนี้

  • ระยะทางจากบ้าน – ที่ทำงาน เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร
  • อัตราการกินน้ำมันของรถยนต์เป็น 15 กิโลเมตร/ลิตร
  • ค่าทางด่วนไป-กลับ วันละ 100 บาท
  • ราคาน้ำมันประมาณลิตรละ 25 บาท

อัตราการใช้น้ำมันต่อวัน = ระยะทางไป-กลับ ÷ อัตราการกินน้ำมัน จะได้ 20×2/15 = 2.66 ลิตร

ค่าน้ำมันต่อเดือน ลองคำนวณที่ 25 วัน เผื่อกรณีเดินทางในวันหยุดด้วย

ก็จะได้ราคาน้ำมัน 2.66 ลิตร x 25 บาท x 25 วัน = 1,666.66 บาทต่อเดือน

บวกเพิ่มอีก 20% ในกรณีรถติด จะได้เป็นค่าน้ำมัน 2,000 บาทต่อเดือน

สำหรับค่าทางด่วน ไป-กลับ ในวันทำงาน 22 วันต่อเดือนก็จะเป็น 2,200 บาทต่อเดือน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าคุณจะมีค่าใช้จ่ายในการใช้รถต่อเดือนสูงถึง 4,200 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว ทั้งนี้อย่าลืมคำนวณในกรณีของคุณเองว่าจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และด้วยเงินเดือนของคุณแล้วเพียงพอต่อการรับผิดชอบค่าน้ำมันในแต่ละเดือนได้มั้ย

อย่าลืม ! ถ้าคุณจ่ายเงินค่าที่จอดรถก็จะต้องนำมาคำนวณค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน

3. อย่าลืมค่าประกัน(รถ)

ประกันรถยนต์เป็นสิ่งที่คุณควรจะทำถ้าหากคุณมีรถยนต์ บางคนอาจจะคิดว่าคุณเป็นคนที่โชคดีมาก ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับคุณเลย ขอบอกได้เลยว่านั่นเป็นความคิดที่ประมาทมาก ถ้าหากคุณเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก การดำเนินการจะง่ายกว่ามาก แค่คุณโทรเรียกประกันมา ประกันก็จะช่วยในการไกล่เกลี่ยและจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้ด้วย ทั้งนี้ลองศึกษาข้อมูลของประกันรถยนต์ของบริษัทต่าง ๆ โดยดูจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าเบี้ย ศูนย์หรืออู่ที่รับซ่อมรถอยู่ห่างจากบ้านเรามากแค่ไหน (จะได้สะดวกในการเคลม) การบริการ และชื่อเสียงของบริษัทนั้น ๆ

4. รถยิ่งเก่าค่าซ่อมรักษายิ่งเจอ

ยิ่งรถยนต์มีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก็จะยิ่งเยอะมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ยาง น้ำมันเครื่อง ของเหลว ปะเก็น ยิ่งหากคุณซื้อรถมือสองมาด้วยแล้ว ก็จะเจอกับค่าซ่อมรถในแต่ละปีมากกว่าซื้อรถมือหนึ่งหรือรถที่ใหม่กว่าอย่างแน่นอน ทั้งนี้การนำรถเข้าไปตรวจสภาพเป็นประจำทุก ๆ ครึ่งปี หรือทุกการวิ่งที่ 10,000 กิโลเมตร ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่เกิดปัญหาขณะขับรถยนต์บนท้องถนน ซึ่งถ้าหากมีปัญหาก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นได้

ค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 10,000 บาทต่อปี และค่ายางก็จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 15,000 บาทต่อการเปลี่ยนหนึ่งครั้ง ซึ่งโดยปกติควรจะเปลี่ยนยางทุก ๆ 3 ปีหรือประมาณ 50,000 – 70,000 กิโลเมตร แล้วแต่สภาพการใช้งาน

5. คำนวณเงินผ่อนให้เป็น

การเตรียมเงินผ่อนถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่ามีเงินผ่อนพอดี ๆ ในทุกเดือนก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถมากมายตามที่ได้กล่าวไว้ด้านบนแล้ว นอกจากนี้คุณควรจะมีเงินสำรองเพื่อผ่อนรถในกรณีฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือน ไม่ว่าจะเป็นการตกงานหรือเจ็บป่วยที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้และรายจ่าย ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะโดนยึดรถและติดเครดิตบูโรอีกด้วย

จบลงไปแล้วกับ 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อรถ จะเห็นได้ว่าการซื้อรถนั้นมีอะไรมากกว่าการซื้อของธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่แอบแฝงอยู่มากมาย การดูแลรักษา รวมไปถึงเรื่องที่จอดรถด้วย บางคนอาจจะคิดเพียงแค่ว่าอยากได้อยากมี มีเหตุผลให้ซื้อรถอยู่มากมาย แต่การที่ไม่ได้มองถึงสิ่งที่จะตามมาภายหลังก็อาจทำให้รถคันนี้กลายเป็นภาระที่หนักอึ้งแทนก็ได้ ดังนั้น ควรคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถและควรซื้อรถที่เหมาะสมกับฐานะรวมไปถึงการใช้งานจริง ๆ ด้วย

ถ้าหากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าประกันภัย….
สามารถส่งInboxมาปรึกษาก่อนซื้อได้ เพราะรู้ก่อนตอนนี้ ดีกว่ารู้งี้ตอนหลัง!!

2 Shares:
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *